ป.รวบหนุ่มแสบหลอกเหยื่อทำ ใบค้ำประกันธนาคารสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท เช็คประวัติ 3 ปีก่อนเคยโดนกองปราบรวบมาแล้ว

1587707538872

ป.รวบหนุ่มแสบหลอกเหยื่อทำ ใบค้ำประกันธนาคารสูญเงินกว่า 2 ล้านบาท เช็คประวัติ 3 ปีก่อนเคยโดนกองปราบรวบมาแล้ว

24 เมย.กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ รอง ผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้

พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ, ร.ต.อ.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นายพะละวัฑสิริ หรือ สิ มาลัยขันทอง อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการที่ 46/2563 ลงวันที่ 9 เม.ย.63 กระทำความผิดฐาน “โดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งและโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินของจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามหรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สามทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ”

โดย นายพะละวัฑสิริฯ มีพฤติกรรมแอบอ้างว่า สามารถทำ BG. (Bank Guarantee:หนังสือที่ธนาคารออกให้เพื่อใช้ค้ำประกันธุรกิจ) ให้กับนักธุรกิจที่ต้องการเงินลงทุนได้ โดยอ้างว่าตนรู้จักกับผู้ใหญ่ในธนาคาร สามารถอำนวยความสะดวกในการจัดทำ ซึ่งเมื่อประมาณเดือน ธ.ค.62 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่แถวภาคตะวันออก ที่ต้องการเงินลงทุนจำนวน 60 ล้านบาท ได้ติดต่อพูดคุยกับผู้ต้องหา และผู้ต้องหาได้รับปากว่าจะตกลงรับทำ BG ให้กับผู้เสียหาย โดยขอหักค่าดำเนินการจำนวน 10-15 % ของยอดเงินที่ต้องการ เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาท โดยขอเงินมัดจำเป็นจำนวน 2 ล้านบาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ประมาณปลายเดือน ม.ค.63 ผู้เสียหายจึงได้ทำการนัดเจอผู้ต้องหาที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสุวรรณภูมิ เพื่อทำการจ่ายเงินจำนวน 2 ล้านบาท ให้กับผู้ต้องหา จนกระทั่งถึงวันครบกำหนดสัญญาที่ผู้เสียหายจะได้รับ BG. ผู้เสียหายได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้ต้องหา แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ผู้เสียหายจึงเดินทางไปยังธนาคารที่ผู้ต้องหาอ้างว่าส่งเรื่องไปดำเนินการ ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลตามที่ผู้ต้องหาอ้างถึง จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ที่ สภ.สุวรรณภูมิ พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่บ้าน ย่านพุทธมณฑลสาย 4 ศาลายา ถ.กรุงนนท์-จงถนอม ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จึงได้ร้องขอต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อขอหมายค้น โดยศาลจังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ ค 326/2563 ลงวันที่ 23 เม.ย.63 เพื่อค้นบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านดังกล่าว และกำลังหลอกเหยื่อรายใหม่ซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่จำนวน 2 ราย ให้เซ็นสัญญาเพื่อจะทำ BG. โดยมีค่าดำเนินการจัดทำเป็นเงินมูลค่า 3 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงหมายค้นและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจสอบดูจนเป็นที่พอใจแล้ว และทำการจับกุมนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

และก่อนหน้านี้เมื่อประมาณปี 2560 ผู้ต้องหาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีลักษณะความผิดในลักษณะเดียวกัน และได้กลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีก โดยได้ทำการปิดบังตัวตนจากการถูกค้นประวัติคดีคดีเก่าที่เคยก่อ โดยการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลตัวเอง อยู่บ่อยๆ เพื่อหลอกเหยื่อรายใหม่ กองปราบจึงขอเตือนภัยประชาชนทุกท่าน หากพบการการะทำในลักษณะดังกล่าว ให้ท่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลให้ดีเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

///////////

ใส่ความเห็น